สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กที่ช่างต้องทราบ รู้ไว้คุมงบ-วางแผน-ปลอดภัย
ในการซื้อขายและใช้งานเหล็ก น้ำหนักเหล็ก คือปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อทุกมิติของโครงการ ตั้งแต่การตั้งราคากลาง การคำนวณค่าขนส่ง ไปจนถึงหัวใจสำคัญคือความแข็งแรงและปลอดภัยของโครงสร้าง บทความนี้จาก COTCO METAL WORKS จะเป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับน้ำหนักเหล็ก เพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมืออาชีพ
ทำไมการรู้น้ำหนักเหล็กจึงสำคัญ? 3 เหตุผลที่มืออาชีพไม่มองข้าม
การรู้น้ำหนักเหล็กอย่างแม่นยำไม่ใช่แค่เรื่องของการคำนวณตัวเลข แต่คือหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการควบคุมงบประมาณ การวางแผนงาน และความปลอดภัยของโครงสร้าง
1. เพื่อการควบคุมงบประมาณที่แม่นยำ
น้ำหนักเหล็ก เป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายที่สำคัญ เนื่องจากผู้จำหน่ายส่วนใหญ่จะคิดราคาตามน้ำหนัก หากคุณสามารถคำนวณน้ำหนักได้แม่นยำ ก็จะสามารถประเมินต้นทุนได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น ช่วยให้คุณจัดทำงบประมาณได้อย่างรัดกุม ไม่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่บานปลาย และยังสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งได้อย่างเป็นธรรม
2. เพื่อการวางแผนขนส่งและโลจิสติกส์
การขนส่งเหล็กปริมาณมากต้องพิจารณาน้ำหนักเหล็ก เพื่อให้สอดคล้องกับขีดจำกัดการรับน้ำหนักของรถบรรทุก การคำนวณน้ำหนักอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถจัดรถขนส่งได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ รถหกล้อ หรือรถสิบล้อ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่ไม่จำเป็น และยังป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากน้ำหนักเกินมาตรฐาน
3. เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างตามหลักวิศวกรรม
วิศวกรใช้ค่าน้ำหนักเหล็กในการออกแบบโครงสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างนั้นมีความแข็งแรงและปลอดภัย สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างมั่นคง การใช้เหล็กที่มีน้ำหนักไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในแบบแปลน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการรับน้ำหนักและทำให้โครงสร้างทั้งหมดไม่ปลอดภัยตามหลักวิศวกรรม
หลักการพื้นฐานของการคำนวณน้ำหนักเหล็ก

ทุกสูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็ก ล้วนมาจากหลักการเดียวกัน นั่นคือ ปริมาตรคูณด้วยความหนาแน่นของวัสดุ (Mass = Volume x Density) สำหรับเหล็กโดยทั่วไป จะมีความหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 7,850 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (กก./ลบ.ม.) ดังนั้น การคำนวณน้ำหนักจึงเป็นการนำขนาดของเหล็กมาหาปริมาตร แล้วจึงคูณด้วยค่าความหนาแน่นนี้
รวมสูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแต่ละประเภท
แม้จะมีหลักการเดียวกัน แต่เนื่องจากเหล็กแต่ละประเภทมีรูปทรงที่แตกต่างกันไป การคำนวณปริมาตรจึงต้องใช้สูตรเฉพาะ บทความนี้ได้รวบรวมสูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กยอดนิยมที่ช่างควรรู้
1. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นมาตรฐาน
สำหรับเหล็กแผ่นมาตรฐานที่มีขนาด 4 × 8 ฟุต หรือ 5 ×10 ฟุต ซึ่งมีการใช้บ่อยมากในงานต่างๆ สูตรนี้จะช่วยให้คุณคำนวณน้ำหนักเหล็กได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องแปลงหน่วยซับซ้อน โดยสูตรจะขึ้นอยู่กับขนาดของแผ่น
- เหล็กแผ่น ขนาด 4’ × 8’ : น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = ความหนา (มิลลิเมตร) × 23.34
- เหล็กแผ่น ขนาด 5’ × 10’ : น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = ความหนา (มิลลิเมตร) × 36.50
2. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นตัดเหลี่ยม
เมื่อเหล็กแผ่นถูกนำมาตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า คุณสามารถใช้สูตรนี้เพื่อหาน้ำหนักเหล็กได้อย่างแม่นยำ โดยเน้นที่ขนาดของชิ้นงานเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตรเพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณ
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = ความหนา (mm) × กว้าง (cm) × ยาว (cm) × 0.000785 (ค่าคงที่จากการแปลงความหนาแน่น)
3. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นตัดสามเหลี่ยม
ในบางครั้ง ช่างอาจจะต้องใช้เหล็กแผ่นที่ถูกตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม เช่น งานตกแต่งหรือโครงสร้างเฉพาะส่วน การคำนวณน้ำหนักเหล็กสำหรับชิ้นส่วนที่มีรูปร่างสามเหลี่ยมนั้นต้องพิจารณาพื้นที่ฐานและส่วนสูงร่วมด้วย
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = (ความหนา (mm) × ฐาน (cm) × สูง (cm)) ÷ 2 × 0.000785
4. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดกลม
เหล็กที่ถูกตัดเป็นรูปทรงกลม เช่น จานกลม หรือหน้าแปลน จะต้องใช้ค่ารัศมีในการคำนวณพื้นที่หน้าตัด ก่อนจะคูณด้วยความหนา เพื่อหาปริมาตรและน้ำหนักเหล็ก โดยให้แปลงเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นรัศมี (หน่วยเป็น cm) ก่อนเริ่มคำนวณเสมอ
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = ความหนา (mm) × รัศมี (cm) × รัศมี (cm) × 0.00247 (ค่าคงที่ของพื้นที่วงกลมคูณด้วยความหนาแน่นที่แปลงหน่วยแล้ว)
5. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดวงแหวน
สำหรับเหล็กที่ถูกตัดเป็นรูปทรงวงแหวน หรือหน้าแปลนที่มีรูตรงกลาง การคำนวณน้ำหนักเหล็กจะต้องนำพื้นที่ของวงกลมวงนอกลบด้วยพื้นที่ของวงกลมวงในก่อน เพื่อให้ได้พื้นที่เฉพาะส่วนที่เป็นเหล็ก
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = (R2−r2) × ความหนา (mm) × 0.00247 (โดย R คือรัศมีวงนอก และ r คือรัศมีวงใน หน่วยเป็น cm)
6. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน
เหล็กแบน หรือ Flat Bar เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในงานโครงสร้างขนาดเล็ก หรืองานเชื่อมต่อต่างๆ สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กประเภทนี้จะเน้นที่ขนาดความกว้างและความหนาของชิ้นงานต่อความยาว 1 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = กว้าง (mm) × หนา (mm) × 0.00785 (สูตรนี้คือค่าที่คำนวณน้ำหนักเหล็กต่อความยาว 1 เมตร)
7. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับ
เหล็กฉากพับ หรือที่เรียกกันว่า เหล็กฉาก (Angle Bar) เป็นเหล็กรูปพรรณที่ใช้ทำโครงสร้าง เหล็กฉาก มักใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงในการรับแรงด้านข้าง เช่น เสา หรือโครงคร่าว สูตรนี้จะหาความยาวทั้งหมดของขอบเหล็กฉากก่อนแล้วคูณด้วยความหนา
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) ≈ [(A+B)−(2×หนา(mm))]×หนา(mm)×0.00785 (โดย A และ B คือความยาวปีกของเหล็กฉาก หน่วยเป็น mm)
8. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวยู
เหล็กตัวยู หรือ Channel Bar เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีรูปร่างคล้ายตัว U ใช้ในการทำโครงสร้าง คาน หรือเสาที่ต้องรับน้ำหนักในทิศทางเดียว สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กของเหล็กตัวยูจะพิจารณาความยาวของหน้าตัดทั้งหมด (A คือความสูง, B คือความกว้างปีก)
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) ≈ [(A+2B)−(4×หนา(mm))]×หนา(mm)×0.00785
9. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี
เหล็กตัวซี หรือ C-Channel คือเหล็กรูปพรรณที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในการทำแปหลังคา หรือโครงสร้างรองต่างๆ เนื่องจากมีน้ำหนักเหล็กไม่มาก แต่แข็งแรงทนทาน สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กสำหรับเหล็กตัวซี จะมีความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีส่วนของปากเหล็กตัวซีที่พับเข้า
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) ≈ [(A+2B+2C)−(8×หนา(mm))]×หนา(mm)×0.00785 (โดย A คือความสูง, B คือความกว้างปีก, C คือความยาวส่วนพับ เหล็กตัวซี)
10. สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กสำหรับท่อเหล็กหนา
สำหรับท่อเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นท่อประปาเหล็ก หรือท่อเหล็กเพื่อการใช้งานอื่น ๆ การคำนวณน้ำหนักเหล็กจะง่ายกว่าเหล็กรูปพรรณอื่น โดยเน้นที่เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกและความหนาของผนังท่อเหล็ก
- น้ำหนักเหล็ก (กิโลกรัม) = (เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD) - ความหนา (mm)) × ความหนา (mm) ×0.02466× ความยาว (เมตร)
ตารางน้ำหนักเหล็กยอดนิยม เครื่องมือทุ่นแรงสำหรับหน้างาน

นอกจากสูตรคำนวณแล้ว ตารางน้ำหนักเหล็ก ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ช่างทำงานได้สะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะในหน้างานที่ต้องตัดสินใจอย่างฉับไว การมีตารางน้ำหนักเหล็กติดตัวจะช่วยให้คุณตรวจสอบค่าที่ต้องการได้ทันที โดยตารางขนาดท่อเหล็กกลม Cotco Metal Works คู่มือสำคัญสำหรับช่างและวิศวกร สามารถดูได้ที่ด้านล่างนี้
ท่อเหล็กขนาดเล็ก: ความหลากหลายเพื่อทุกงานติดตั้ง
ท่อเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (Normal Size) ตั้งแต่ ½ นิ้ว (15 มม.) ถึง ¾ นิ้ว (90 มม.) ถือเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวางที่สุด ทั้งในงานโครงสร้างที่ไม่รับน้ำหนักมากนัก งานนั่งร้าน งานราวกันตก หรือแม้แต่งานระบบต่างๆ เช่น การเป็นท่อเหล็กร้อยสายไฟ โดยข้อมูลสำคัญที่คุณควรทราบมีดังนี้
|
Nominal Size (นิ้ว) |
OD (มม.) |
ความหนา (มม.) |
น้ำหนัก (กก./ม.) |
|
½ |
21.70 |
2.00 |
0.97 |
|
¾ |
27.20 |
2.00 - 2.30 |
1.24 - 1.41 |
|
1" |
34.00 |
2.00 - 2.30 |
1.58 - 1.79 |
|
1 ¼” |
42.70 |
2.00 - 2.50 |
2.00 - 2.48 |
|
2" |
60.50 |
2.30 - 3.20 |
3.30 - 4.52 |
|
3 ½ |
101.60 |
2.30 - 4.00 |
5.63 - 9.63 |
ท่อเหล็กขนาดกลางถึงใหญ่: ความแข็งแกร่งสำหรับงานโครงสร้างหลัก
สำหรับงานโครงสร้างขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องรับน้ำหนักสูง เช่น เสา คาน หรือโครงถักขนาดใหญ่ ท่อเหล็กขนาดตั้งแต่ 4 นิ้ว (100 มม.) ถึง 8 นิ้ว (200 มม.) คือทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD) ที่ใหญ่และมีตัวเลือกความหนาที่หลากหลายเพื่อรองรับแรงที่แตกต่างกัน
|
Nominal Size (นิ้ว) |
OD (มม.) |
ความหนา (มม.) |
น้ำหนัก (กก./ม.) |
|
4" |
114.30 |
3.20 - 4.50 |
8.77 - 12.18 |
|
5" |
139.80 |
3.20 - 4.50 |
10.77 - 15.00 |
|
6" |
165.20 |
3.20 - 6.00 |
12.78 - 23.60 |
|
7" |
190.70 |
3.20 - 4.50 |
14.79 - 20.70 |
|
8" |
216.30 |
4.50 - 6.00 |
23.50 - 31.10 |
สรุปบทความ
การคำนวณน้ำหนักเหล็ก ไม่ใช่เพียงเรื่องของช่างหรือวิศวกรเท่านั้น แต่เป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนในแวดวงอุตสาหกรรมนี้ควรรู้ไว้ เพื่อการทำงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับงานที่ต้องการเหล็กคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่อเหล็ก หรือเหล็กรูปพรรณชนิดอื่น ๆ คุณสามารถมั่นใจในผลิตภัณฑ์จาก COTCO METAL WORKS ที่เป็นผู้นำด้านเหล็กในประเทศมากว่า 30 ปี และยังเป็นศูนย์บริการรับตัดเหล็กที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001 พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ
ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็ก หรือ ท่อเหล็กร้อยสายไฟ รวมถึง ท่อประปาเหล็ก และ ท่อชุบกัลวาไนซ์ ที่มีมาตรฐานระดับโลก สามารถติดต่อ COTCO METAL WORKS ได้ตลอดเวลา เรายินดีให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการคำนวณน้ำหนักเหล็ก
ถ้าไม่รู้สูตร มีวิธีอื่นในการหาน้ำหนักเหล็กไหม?
แน่นอน! วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือการใช้ตารางน้ำหนักเหล็กที่มีอยู่ในมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรงเพื่อขอข้อมูลน้ำหนักเหล็กที่แม่นยำ
น้ำหนักเหล็กที่ชั่งจริงกับน้ำหนักที่คำนวณได้ ทำไมถึงไม่เท่ากัน?
น้ำหนักที่คำนวณได้เป็นค่าตามทฤษฎี ส่วนน้ำหนักจริงอาจแตกต่างไปเล็กน้อยเนื่องจากค่าความคลาดเคลื่อนในการผลิตที่อ้างอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และปัจจัยอื่น ๆ เช่น สนิมหรือสิ่งปนเปื้อน
เหล็กแต่ละเกรด (Grade) มีน้ำหนักต่างกันมากไหม?
โดยทั่วไป น้ำหนักเหล็กจะไม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละเกรด เพราะค่าความหนาแน่นของเหล็กใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือคุณสมบัติทางเคมีและคุณสมบัติทางกลที่เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน เช่น งานที่ต้องใช้ เหล็กตัว C