อัปเดตปี 2025 มาตรฐานเหล็ก มอก. ฉบับล่าสุด

ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและงานเหล็กโครงสร้างของไทย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ เพราะ มอก. มีอะไรบ้าง ล้วนมีผลโดยตรงต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ การอัปเดตข้อมูลมาตรฐานเหล็กฉบับล่าสุดจึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ วิศวกร และช่างทุกคนต้องติดตาม เพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกใช้วัสดุนั้นถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย

การควบคุมการนำเข้าเหล็ก

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าเหล็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากการใช้สินค้าไม่ได้มาตรฐานและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ

สมอ. ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เหล็กกว่า 308 รายการต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการลักลอบนำเข้าเหล็กเถื่อนและสินค้าที่ไม่มีคุณภาพตามมาตรฐาน

มาตรการควบคุมนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อควบคุมคุณภาพของเหล็กโครงสร้าง และสินค้าอุตสาหกรรมที่เข้ามาในประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของโครงสร้างสาธารณะและเอกชน

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดมาตรฐาน มอก. มีอะไรบ้าง สำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กหลากหลายประเภท เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศ โดยมาตรฐานที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างมีดังนี้

1. มอก. 20-2559: เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต – เหล็กเส้นกลม

  • วันที่ใช้บังคับ: 18 มิถุนายน 2560
  • การใช้งาน: ใช้เสริมความแข็งแรงให้กับคอนกรีตเสริมเหล็กในส่วนต่างๆ ของโครงสร้าง เช่น พื้น คาน หรือเสา

2. มอก. 24-2559: เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต – เหล็กข้ออ้อย

  • วันที่ใช้บังคับ: 18 มิถุนายน 2560
  • การใช้งาน: ใช้เสริมในงานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องการความแข็งแรงและการยึดเกาะกับคอนกรีตสูง

3. มอก. 50-2561: เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี

  • วันที่ใช้บังคับ: 27 สิงหาคม 2563
  • การใช้งาน: ใช้ในงานที่ต้องการการป้องกันการกัดกร่อนสูง เช่น แผ่นม้วน (Coil Sheets) และเมทัลชีท

4. มอก. 95-2540: ลวดเหล็กกล้าสำหรับคอนกรีตอัดแรง (PC WIRE)

  • วันที่ใช้บังคับ: 30 มีนาคม 2546
  • การใช้งาน: ใช้ในการผลิตคอนกรีตอัดแรง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทานของโครงสร้าง

5. มอก. 348-2559: เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ

  • วันที่ใช้บังคับ: 27 กุมภาพันธ์ 2565
  • การใช้งาน: ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง เช่น ลวดสลิง และลวดผูกเหล็ก

 6. มอก. 420-2540: ลวดเหล็กกล้าตีเกลียวสำหรับคอนกรีตอัดแรง

  • วันที่ใช้บังคับ: 30 มีนาคม 2546
  • การใช้งาน: ใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของคอนกรีต

7. มอก. 1227-2558: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน

  • วันที่ใช้บังคับ: 15 มีนาคม 2560
  • การใช้งาน: ใช้สำหรับเหล็กโครงสร้างหลัก เช่น เหล็ก H-beam, I-beam, เหล็กรางน้ำ ที่รับน้ำหนักมาก

8. มอก. 1228-2561: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น

  • วันที่ใช้บังคับ: 23 กุมภาพันธ์ 2564
  • การใช้งาน: ใช้ในงานเหล็กโครงสร้างรอง เช่น เหล็กตัว C และเหล็กฉากที่มีความแม่นยำสูง

9. มอก. 1390-2560: เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน หรือ ชีทไพล์

  • วันที่ใช้บังคับ: 10 มกราคม 2564
  • การใช้งาน: ใช้ในงานโครงสร้างฐานรากเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน หรือการขุดเจาะ

10. มอก. 107-2566: ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป

  • วันที่ใช้บังคับ: 2 พฤศจิกายน 2567
  • การใช้งาน: ใช้สำหรับงานเหล็กโครงสร้างทั่วไป เช่น ท่อเหล็กดำ เหล็กกล่อง และเหล็กกล่องแบน

11. มอก. 3243-2564: เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนเคลือบสังกะสีด้วยกรรมวิธีจุ่มร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป

  • วันที่ใช้บังคับ: 27 ธันวาคม 2566
  • การใช้งาน: ใช้ในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่ต้องการป้องกันการกัดกร่อนเป็นพิเศษ

12. มอก. 2228-2565: เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างเชื่อมประกอบ

  • วันที่ใช้บังคับ: 10 มิถุนายน 2568
  • การใช้งาน: ใช้สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องมีการเชื่อมประกอบชิ้นส่วนเหล็กเข้าด้วยกันตามแบบทางวิศวกรรม

13. มอก. 1479-2566: เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป

  • วันที่ใช้บังคับ: อยู่ระหว่างการพิจารณา
  • การใช้งาน: ใช้สำหรับงานเหล็กโครงสร้างทั่วไปที่ต้องรับน้ำหนักในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม

มอก. ที่ Cotco Metal Works ได้รับมีอะไรบ้าง

มอก. Cotco Metal Works

Cotco Metal Works มุ่งมั่นผลิตเหล็กรูปพรรณคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานระดับสากลและมาตรฐาน มอก. อย่างครบถ้วน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกผลิตภัณฑ์ โดย มอก. มีอะไรบ้าง ที่บริษัทได้รับการรับรองและเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หลักมีดังนี้

  • มอก. 107-2566: สำหรับท่อเหล็กดำ ท่อเหล็กกัลวาไนซ์ (ท่อพรีซิงค์) และเหล็กกล่อง ที่ใช้ในงานโครงสร้าง
  • มอก. 276-2562: สำหรับท่อเหล็กชุบกัลวาไนซ์ (ท่อประปาเหล็ก) ซึ่งใช้ในงานระบบประปาที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อน
  • มอก. 1228-2561: เป็น มอก. บังคับ สำหรับเหล็กตัว C และเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็นที่ใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป
  • มอก. 770-2567: มอก. ล่าสุดสำหรับท่อร้อยสายไฟ ยืนยันคุณภาพและความปลอดภัยของท่อเหล็กสำหรับงานระบบไฟฟ้า
  • มอก. 427-2562: สำหรับท่อเหล็กตะเข็บเกลียว (ท่อสไปรัล) ที่ใช้ในงานโครงสร้างขนาดใหญ่และงานระบบ
  • มอก. 50-2561: สำหรับเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สรุปบทความ 

การทำความเข้าใจมาตรฐาน มอก. มีอะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับเหล็กโครงสร้างเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของโครงการ การเลือกใช้เหล็กที่มีเครื่องหมาย มอก. กำกับจะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ Cotco Metal Works พร้อมเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของคุณ ด้วยการผลิตท่อเหล็กและเหล็กรูปพรรณหลากหลายชนิด เช่น ท่อเหล็กดำ เหล็กตัว C เหล็กกล่อง ที่ได้รับการรับรอง มอก. และมาตรฐาน ISO 9001 อย่างครบถ้วน เพื่อส่งมอบเหล็กโครงสร้างคุณภาพสูงสำหรับทุกโครงการ

คำถามที่พบบ่อย

การเลือกซื้อเหล็กโครงสร้าง ควรพิจารณามาตรฐาน มอก. อะไรบ้าง และดูอย่างไร

ให้พิจารณา มอก. 1227 (รีดร้อน) หรือ มอก. 1228 (ขึ้นรูปเย็น) ตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. บนตัวเหล็ก และเอกสารรับรองคุณภาพจากผู้ผลิต

ถ้าท่อเหล็กไม่มีเครื่องหมาย มอก. จะเกิดอะไรขึ้น

ท่อเหล็กอาจมีขนาด ความหนา และน้ำหนักไม่ตรงตามมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง

ข้อดีของการเลือกเหล็กโครงสร้างที่มี มอก.

มั่นใจได้ในความแข็งแรง คุณสมบัติทางเคมี/กายภาพตรงตามที่กำหนด มีความสม่ำเสมอในคุณภาพ และลดความเสี่ยงจากการใช้วัสดุที่ไม่ปลอดภัย