รวมจุดที่ต้องเช็กให้ดีก่อนโอนบ้าน เรื่องสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักทำพลาด
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นเป้าหมายชีวิตที่ยิ่งใหญ่ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเซ็นรับมอบกรรมสิทธิ์ ขั้นตอนการตรวจสอบบ้าน คือด่านสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนมักพลาดเพราะความตื่นเต้นจนลืมเช็กจุดบกพร่องที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการซ่อมแซมบานปลายในภายหลัง การเตรียมความพร้อมและรู้จุดสังเกตที่ถูกต้องจึงช่วยให้คุณได้รับบ้านที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปที่สุด
ตรวจสอบบ้านก่อนโอน สามารถทำเองได้ไหม
คำตอบคือสามารถทำได้แน่นอน หากเจ้าของบ้านพอมีพื้นฐานงานช่างและรู้วิธีการสังเกตจุดบกพร่องเบื้องต้น การตรวจสอบบ้านด้วยตนเองช่วยให้เราได้ทำความคุ้นเคยกับทุกซอกทุกมุมของบ้าน แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยความใจเย็นและช่างสังเกตเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม หากเป็นจุดที่มีความซับซ้อน เช่น ระบบไฟฟ้ารั่วซึม หรือโครงสร้างอาคารเชิงลึก การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือจ้างบริษัทรับตรวจบ้านก็เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้น
รวมอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบบ้าน

เพื่อให้การตรวจสอบบ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมคือหัวใจสำคัญ โดยอุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีติดตัวไปในวันตรวจรับบ้าน มีดังนี้
- ไฟฉายแรงสูง: สำหรับส่องดูความเรียบร้อยในที่มืด เช่น ใต้ฝ้าเพดาน หรือมุมอับใต้อ่างล้างหน้า
- ไขควงวัดไฟ: ใช้ตรวจสอบเต้ารับว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนปกติและมีการต่อสายดินที่ถูกต้องหรือไม่
- ตลับเมตร: เพื่อวัดระยะพื้นที่จริงเปรียบเทียบกับแบบแปลน รวมถึงเช็กความได้ฉากของมุมผนัง
- ลูกแก้วหรือลูกปิงปอง: อุปกรณ์ง่าย ๆ ที่ช่วยทดสอบความลาดเอียงของพื้นห้องน้ำและการระบายน้ำ
- ถังน้ำ: ใช้สำหรับราดน้ำเพื่อทดสอบการไหลซึมและการอุดตันของท่อระบายน้ำทิ้ง
- สติกเกอร์สีหรือกระดาษกาว: สำหรับแปะมาร์คจุดที่พบปัญหา (Defect) เพื่อแจ้งให้ช่างโครงการดำเนินการแก้ไข
- บันไดพับ: สำหรับใช้ปีนตรวจสอบความเรียบร้อยเหนือฝ้าเพดานและรอยเชื่อมโครงหลังคา
8 จุดตรวจสอบบ้านที่ต้องเช็กให้ดี
เพื่อให้บ้านในฝันของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด การตรวจสอบบ้านควรทำตามลิสต์มาตรฐาน 8 จุดสำคัญต่อไปนี้ เพื่อให้ครอบคลุมทุกส่วนตั้งแต่งานระบบสถาปัตยกรรมไปจนถึงงานวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน ดังนี้
1. ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
การตรวจสอบบ้านในส่วนของระบบไฟควรเริ่มจากการเปิดสวิตช์ไฟทุกจุดในบ้าน ทดสอบเต้ารับทุกตำแหน่งด้วยไขควงวัดไฟ และที่สำคัญที่สุดคือการเช็กตู้ควบคุมไฟ (Consumer Unit) ว่ามีการแยกเบรกเกอร์เป็นสัดส่วนชัดเจนหรือไม่ รวมถึงทดสอบปุ่ม Test ของระบบตัดไฟรั่ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว
2. ระบบน้ำต่าง ๆ ทั้งส่วนของมิเตอร์น้ำ ห้องน้ำ และท่อระบายน้ำทิ้ง
ลองเปิดก๊อกน้ำทุกจุดพร้อมกันเพื่อเช็กแรงดันน้ำ ตรวจสอบการหมุนของมิเตอร์น้ำในขณะที่ปิดน้ำทุกจุดว่ามีการรั่วซึมใต้ดินหรือไม่ สำหรับห้องน้ำต้องราดน้ำเพื่อดูทิศทางการไหลว่าไม่มีน้ำขังสะสม และเช็กชักโครกว่าสามารถชำระล้างได้รวดเร็วโดยไม่มีเสียงอากาศย้อนกลับจากท่อระบายน้ำ
3. หน้าต่างและบานประตูทั้งหมดในบ้าน
ทดสอบการเปิด-ปิดประตูและหน้าต่างทุกบานว่าไม่ติดขัด หรือมีเสียงดังเสียดสี ตรวจสอบตัวล็อกและกลอนประตูว่าทำงานได้แน่นหนา การตรวจสอบบ้านในจุดนี้ควรสังเกตช่องว่างระหว่างวงกบกับผนังด้วยว่ามีการเก็บงานเรียบร้อยไหม เพื่อป้องกันน้ำฝนรั่วซึมเข้ามาภายในบ้านในช่วงฤดูฝน
4. โครงสร้างและผนัง
สังเกตแนวดิ่งและแนวฉากของเสาและผนังว่าไม่บิดเบี้ยว รอยแตกร้าวที่พบควรแยกแยะระหว่าง "รอยร้าวลายงา" ที่ผิวฉาบ กับ "รอยร้าวโครงสร้าง" ที่อาจเป็นอันตราย ผนังที่ฉาบเรียบต้องไม่เป็นรอยคลื่นหรือมีคราบชื้น เพราะนั่นหมายถึงการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างและวัสดุฐานรากที่มีคุณภาพตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง
5. หลังคาบ้าน

แม้จะเป็นส่วนที่มองเห็นได้ยาก แต่การตรวจสอบบ้าน บริเวณหลังคาสำคัญมาก ควรปีนขึ้นไปดูใต้หลังคาเพื่อเช็กว่าไม่มีแสงรอดผ่านรอยต่อกระเบื้อง ตรวจดูรอยคราบน้ำบนฉนวนกันความร้อน และที่สำคัญควรสังเกตโครงเหล็กหลังคาว่าต้องมีการทาสีกันสนิมอย่างทั่วถึง หรือใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันสนิมกัดกร่อนในอนาคต
6. ฝ้าเพดาน ผิวและวัสดุบุผนัง
ตรวจสอบความเรียบเนียนของฝ้าเพดานว่าไม่มีรอยปูดบวมหรือรอยแยกตามตะเข็บ ในส่วนของวัสดุบุผนังอย่างวอลล์เปเปอร์หรือกระเบื้องผนัง ต้องไม่มีรอยร่อนเมื่อเคาะเบา ๆ บัวพื้นและบัวฝ้าต้องติดตั้งได้แนบสนิทกับผนัง ไม่มีช่องว่างที่อาจกลายเป็นที่สะสมของฝุ่นและแมลง
7. พื้นภายในบ้าน
เดินเช็กให้ทั่วทุกห้องว่าพื้นไม่มีส่วนที่โปร่งหรือยุบตัว สำหรับพื้นลามิเนตต้องไม่มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเวลาเดิน ส่วนพื้นกระเบื้องควรใช้เหรียญเคาะดูว่ามีการปูที่เต็มแผ่นหรือไม่ (ไม่เสียงกวง) รอยยาแนวต้องเรียบสม่ำเสมอและสะอาดตา ไม่มีรอยแตกบิ่นตามขอบกระเบื้องที่อาจทำให้บาดเท้าได้
8. บริเวณโดยรอบตัวบ้าน
ตรวจสอบรั้วบ้านว่าตั้งตรงแข็งแรง ประตูรั้วเปิด-ปิดได้สะดวกไม่ตกราง สังเกตพื้นที่จอดรถและสวนรอบบ้านว่ามีการถมดินและปรับระดับไว้อย่างดีหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังหรือดินทรุดตัวในระยะยาว และเช็กบ่อพักระบายน้ำรอบบ้านว่าไม่มีเศษวัสดุก่อสร้างอุดตันอยู่ภายใน
สรุปบทความ
การละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบบ้าน คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณได้บ้านที่มั่นคงและคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะงานโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลังความสวยงาม Cotco Metal Works ในฐานะโรงงานผลิตท่อเหล็กและขายเหล็กรูปพรรณชั้นนำ 1 ใน 10 ของประเทศ ที่ได้รับมาตรฐานสากล ISO 9001 เรามุ่งมั่นผลิตวัสดุคุณภาพสูงเพื่อความแข็งแรงของบ้านทุกหลัง หากคุณมองหาเหล็กมาตรฐานสากลเพื่อการก่อสร้างที่วางใจได้ ให้เราเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดูแลรากฐานบ้านของคุณอย่างมืออาชีพ
คำถามที่พบบ่อย
การตรวจรับบ้านมีขั้นตอนอะไรบ้าง
เริ่มจากการรวบรวมอุปกรณ์ เตรียมเช็กลิสต์แต่ละจุด เดินตรวจสอบตั้งแต่โครงสร้างภายนอกไปจนถึงระบบภายใน จดบันทึกและแปะมาร์คจุดที่ต้องแก้ไข ส่งรายการให้โครงการ และตรวจสอบซ้ำหลังการแก้ไขเสร็จสิ้น
การตรวจรับบ้านก่อนโอนมีอะไรบ้าง
หลัก ๆ คือการเช็ก 8 จุดสำคัญ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ประปา ประตู-หน้าต่าง โครงสร้างและผนัง งานหลังคา ฝ้าเพดาน พื้น และบริเวณรอบบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดก่อนรับมอบ
การตรวจบ้านราคาเท่าไหร่
หากจ้างบริษัทมืออาชีพ ราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 3,000 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และประเภทของที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าซ่อมแซมในอนาคต