อันตรายจากงานเชื่อมโลหะไฟฟ้า รู้ทันความเสี่ยงและวิธีป้องกัน

ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็ก กิจกรรมการประกอบติดตั้งหน้างานหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับอันตรายจากงานเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า การทำความเข้าใจมิติความเสี่ยงอย่างละเอียดรอบด้าน พร้อมกำหนดแนวทางการปฏิบัติและการป้องกันที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตของทีมช่างและลดความเสียหายของทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถิติและความน่ากลัวของอันตรายจากงานเชื่อม ในอุตสาหกรรม

อันตรายจากงานเชื่อม

การปฏิบัติงานเชื่อมไฟฟ้านับเป็นภารกิจที่มีระดับความเสี่ยงสูงเป็นอันดับต้น ๆ หากขาดมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่ดีพอ อันตรายจากงานเชื่อมก็พร้อมที่จะสร้างความสูญเสียร้ายแรงทางกายภาพและระบบวิศวกรรมอาคารได้ในทันที

เปิดสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงในงานเชื่อมอาร์กโลหะด้วยไฟฟ้า

จากรายงานของหน่วยงานบริหารอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแห่งสหรัฐอเมริกา (OSHA) ระบุข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีคนงานถึง 1 ใน 250 คนที่ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับอันตรายจากงานเชื่อม โดยมีผู้ประสบอุบัติเหตุรุนแรงจากกระแสไฟฟ้าดูด ผิวหนังไหม้พองจากการแผ่รังสีความร้อนสูง ไปจนถึงปอดและระบบทางเดินหายใจถูกทำลายจากฝุ่นควันและแก๊สพิษมากกว่า 2,000 คนต่อปี

หลักการทำงานของระบบวงจรไฟฟ้าเชื่อมที่ส่งผลต่อความเสี่ยง

หัวใจของการเชื่อมอาร์กคือการรับกระแสไฟจากวงจรปฐมภูมิ (Primary Circuit) แรงดันสูงระดับ 230-400 โวลต์ ผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าลดแรงดันเพื่อแปลงเป็นวงจรทุติยภูมิ (Secondary Circuit) สำหรับใช้งานเชื่อมที่แรงดันต่ำ 10-40 โวลต์ แต่จ่ายกระแสไฟฟ้าที่สูงมาก ซึ่งความไม่สมบูรณ์ของระบบจ่ายไฟนี้เองที่เป็นต้นตอของอันตรายจากงานเชื่อมที่ช่างควบคุมได้ยาก

เจาะลึก 2 ความเสี่ยงหลักด้านกระแสไฟฟ้าที่ช่างเชื่อมต้องเผชิญ

อันตรายจากงานเชื่อม

มิติของภัยเงียบที่แฝงมากับกระแสไฟฟ้าในงานเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ สามารถแบ่งออกเป็นสองลักษณะทางวิศวกรรมไฟฟ้าที่สร้างความสูญเสียในรูปแบบที่ต่างกันออกไป

1. ไฟฟ้าดูดจากแรงดันวงจรเปิดขณะไม่มีโหลดที่ห้ามมองข้าม

แม้แรงดันไฟฟ้าขณะทำการอาร์กจะค่อนข้างต่ำ แต่ก่อนเริ่มจุดอาร์กเครื่องเชื่อมจะมีแรงดันวงจรเปิด (Open Circuit Voltage: OCV) สูงถึง 80 โวลต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่มาตรฐาน IEC กำหนดไว้ที่ 50 โวลต์ หากร่างกายเปียกชื้นหรือทำงานท่ามกลางฝนตก แรงดันไฟฟ้าในระดับนี้ก็เพียงพอที่จะเหนี่ยวนำกระแสไฟผ่านร่างกายจนเกิดอันตรายจากงานเชื่อมถึงแก่ชีวิตได้

2. กระแสไฟฟ้าจรจัดจากงานเชื่อมตัวแปรทำลายระบบสายดินอาคาร

อีกหนึ่งอันตรายจากงานเชื่อมคือกระแสไฟกลับที่ไม่ได้ไหลผ่านแคลมป์จับชิ้นงาน แต่ย้อนกลับเข้าตู้เชื่อมผ่านทางหลักดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าข้างเคียง สลิงเหล็ก หรือท่อโลหะ กระแสไฟจรจัดเหล่านี้จะวิ่งเข้าทำลายระบบสายดินของตัวอาคารจนชำรุดเสียหาย ส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ในไซต์งานสูญเสียระบบป้องกันไฟรั่ว และกลายเป็นแหล่งกำเนิดภัยร้ายแรงแก่ผู้ปฏิบัติงานคนอื่น ๆ

มาตรฐานและหลักปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายในการทำงาน

การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปราศจากความเสี่ยง ต้องอาศัยหลักปฏิบัติเชิงวิศวกรรมที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลและการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

แนวทางการติดตั้งแคลมป์ยึดจับชิ้นงานและการดูแลระบบฉนวน

เพื่อควบคุมอันตรายจากงานเชื่อม ควรยึดแคลมป์จับชิ้นงานให้ใกล้จุดเชื่อมมากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ส่วนโครงสร้างอาคารอื่น ๆ เป็นทางผ่านกระแสไฟ และหากชิ้นงานมีสี คราบน้ำมัน หรือสนิมเกาะแน่น ต้องขัดทำความสะอาดผิวหน้าจนแนบสนิทก่อนเชื่อมเสมอ เพื่อป้องกันความร้อนสะสมและการเกิดประกายไฟกระเด็นที่เป็นต้นเหตุของอัคคีภัย

การเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม

ช่างเชื่อมต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกรดพรีเมียมที่ทนทานสูง เช่น ถุงมือหนังป้องกันความร้อนและกระแสไฟ รองเท้านิรภัยชนิดหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติต้านทานไฟฟ้า และหน้ากากกรองแสงที่ช่วยปกป้องรังสีจากแสงอาร์ก เพื่อปิดกั้นทุกหนทางที่อันตรายจากงานเชื่อมจะเข้าทำร้ายร่างกายขณะทำงาน

ลดความเสี่ยงหน้างานด้วยระบบเหล็กสำเร็จรูปจาก COTCO METAL WORKS

หนทางในการจำกัดอันตรายจากงานเชื่อมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือการลดชั่วโมงการทำงานเชื่อมและประกอบโครงสร้างเหล็กที่หน้างานลงให้ได้มากที่สุด ผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปแบบสำเร็จรูป (Customize) จาก Cotco Metal Works ผู้นำการผลิตท่อเหล็กและขึ้นรูปโลหะแผ่นรายแรกของประเทศที่ได้รับมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และ IATF 16949:2016 จะเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โรงงานของเรามีเทคโนโลยีแปรรูปและตัดเจาะด้วยความแม่นยำสูง สามารถส่งมอบชิ้นงานเหล็กโครงสร้าง ชิ้นงานเหล็กตัวซี หรือเหล็กกล่องแบน สั่งตัดตามสเปกพร้อมติดตั้งได้ทันที ไม่เว้นแม้แต่งานดีไซน์เฉพาะตัวที่ต้องการโชว์ลวดให้อบอุ่นอย่าง เหล็กลายไม้เกรดหรูหรา ช่วยประหยัดเวลา ลดขั้นตอนการตัดต่อเชื่อมไฟฟ้าหน้าไซต์งาน และช่วยสยบความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุจากงานอาร์กโลหะได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปมาตรการป้องกันอันตรายจากงานเชื่อม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การบริหารจัดการไซต์ก่อสร้างให้ปลอดภัยจากอันตรายจากงานเชื่อม ต้องประสานความร่วมมือระหว่างการบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด การเลือกใช้เทคโนโลยีลดแรงดันวงจร และการพึ่งพาเหล็กแปรรูปสำเร็จรูปคุณภาพสูง และสำหรับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกโครงการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมระดับสากลจาก Cotco Metal Works คือพาร์ตเนอร์ที่พร้อมสนับสนุนให้การทำงานของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น มั่นคง และปลอดภัยสูงสุดในทุกตารางเมตร

คำถามที่พบบ่อย

อุปกรณ์ VRD ช่วยลดอันตรายจากงานเชื่อม ได้จริงหรือไม่ 

ช่วยได้จริงและจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบ VRD (Voltage Reduction Device) จะทำหน้าที่ควบคุมและสไลด์แรงดันวงจรเปิดขณะไม่ได้ทำการอาร์กให้ลดต่ำลงมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัย (น้อยกว่า 25 โวลต์) จึงช่วยลดโอกาสที่ช่างเชื่อมจะถูกไฟฟ้าดูดจนเป็นอันตรายรุนแรงขณะเปลี่ยนลวดเชื่อมหรือพักงาน

สภาพแวดล้อมหน้างานแบบใดที่เพิ่มอันตรายจากงานเชื่อมเป็นทวีคูณ 

สภาวะการทำงานที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง พื้นที่เปียกแฉะ มีน้ำขัง หรือขณะฝุ่นละอองโลหะฟุ้งกระจาย จะทำลายประสิทธิภาพของฉนวนไฟฟ้าและลดค่าความต้านทานของร่างกายมนุษย์ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าสามารถรั่วไหลและไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายของผู้ปฏิบัติงานได้ง่ายและรุนแรงยิ่งขึ้น

ชิ้นงานที่มีสนิมหรือคราบสกปรกส่งผลต่ออันตรายจากงานเชื่อมไหม

ส่งผลอย่างมาก เนื่องจากคราบสนิม ฝุ่นดิน หรือชั้นสีที่เคลือบผิวหน้าโลหะจะทำหน้าที่เป็นตัวต้านทานการไหลของกระแสไฟ ทำให้แคลมป์จับชิ้นงานไม่แน่นหนาพอ ก่อให้เกิดความร้อนสะสมที่ขั้วเชื่อมสูงเกินขนาด และอาจเหนี่ยวนำให้กระแสไฟไหลไปหาทางกลับอื่นจนเกิดเพลิงไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจรได้

ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็ก กิจกรรมการประกอบติดตั้งหน้างานหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับอันตรายจากงานเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า การทำความเข้าใจมิติความเสี่ยงอย่างละเอียดรอบด้าน พร้อมกำหนดแนวทางการปฏิบัติและการป้องกันที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตของทีมช่างและลดความเสียหายของทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถิติและความน่ากลัวของอันตรายจากงานเชื่อม ในอุตสาหกรรม

(Alt Text : อันตรายจากงานเชื่อม)

การปฏิบัติงานเชื่อมไฟฟ้านับเป็นภารกิจที่มีระดับความเสี่ยงสูงเป็นอันดับต้น ๆ หากขาดมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่ดีพอ อันตรายจากงานเชื่อมก็พร้อมที่จะสร้างความสูญเสียร้ายแรงทางกายภาพและระบบวิศวกรรมอาคารได้ในทันที

เปิดสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงในงานเชื่อมอาร์กโลหะด้วยไฟฟ้า

จากรายงานของหน่วยงานบริหารอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแห่งสหรัฐอเมริกา (OSHA) ระบุข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีคนงานถึง 1 ใน 250 คนที่ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับอันตรายจากงานเชื่อม โดยมีผู้ประสบอุบัติเหตุรุนแรงจากกระแสไฟฟ้าดูด ผิวหนังไหม้พองจากการแผ่รังสีความร้อนสูง ไปจนถึงปอดและระบบทางเดินหายใจถูกทำลายจากฝุ่นควันและแก๊สพิษมากกว่า 2,000 คนต่อปี

หลักการทำงานของระบบวงจรไฟฟ้าเชื่อมที่ส่งผลต่อความเสี่ยง

หัวใจของการเชื่อมอาร์กคือการรับกระแสไฟจากวงจรปฐมภูมิ (Primary Circuit) แรงดันสูงระดับ 230-400 โวลต์ ผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าลดแรงดันเพื่อแปลงเป็นวงจรทุติยภูมิ (Secondary Circuit) สำหรับใช้งานเชื่อมที่แรงดันต่ำ 10-40 โวลต์ แต่จ่ายกระแสไฟฟ้าที่สูงมาก ซึ่งความไม่สมบูรณ์ของระบบจ่ายไฟนี้เองที่เป็นต้นตอของอันตรายจากงานเชื่อมที่ช่างควบคุมได้ยาก

เจาะลึก 2 ความเสี่ยงหลักด้านกระแสไฟฟ้าที่ช่างเชื่อมต้องเผชิญ

(Alt Text : อันตรายจากงานเชื่อม)

มิติของภัยเงียบที่แฝงมากับกระแสไฟฟ้าในงานเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ สามารถแบ่งออกเป็นสองลักษณะทางวิศวกรรมไฟฟ้าที่สร้างความสูญเสียในรูปแบบที่ต่างกันออกไป

1. ไฟฟ้าดูดจากแรงดันวงจรเปิดขณะไม่มีโหลดที่ห้ามมองข้าม

แม้แรงดันไฟฟ้าขณะทำการอาร์กจะค่อนข้างต่ำ แต่ก่อนเริ่มจุดอาร์กเครื่องเชื่อมจะมีแรงดันวงจรเปิด (Open Circuit Voltage: OCV) สูงถึง 80 โวลต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่มาตรฐาน IEC กำหนดไว้ที่ 50 โวลต์ หากร่างกายเปียกชื้นหรือทำงานท่ามกลางฝนตก แรงดันไฟฟ้าในระดับนี้ก็เพียงพอที่จะเหนี่ยวนำกระแสไฟผ่านร่างกายจนเกิดอันตรายจากงานเชื่อมถึงแก่ชีวิตได้

2. กระแสไฟฟ้าจรจัดจากงานเชื่อมตัวแปรทำลายระบบสายดินอาคาร

อีกหนึ่งอันตรายจากงานเชื่อมคือกระแสไฟกลับที่ไม่ได้ไหลผ่านแคลมป์จับชิ้นงาน แต่ย้อนกลับเข้าตู้เชื่อมผ่านทางหลักดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าข้างเคียง สลิงเหล็ก หรือท่อโลหะ กระแสไฟจรจัดเหล่านี้จะวิ่งเข้าทำลายระบบสายดินของตัวอาคารจนชำรุดเสียหาย ส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ในไซต์งานสูญเสียระบบป้องกันไฟรั่ว และกลายเป็นแหล่งกำเนิดภัยร้ายแรงแก่ผู้ปฏิบัติงานคนอื่น ๆ

มาตรฐานและหลักปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายในการทำงาน

การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปราศจากความเสี่ยง ต้องอาศัยหลักปฏิบัติเชิงวิศวกรรมที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลและการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

แนวทางการติดตั้งแคลมป์ยึดจับชิ้นงานและการดูแลระบบฉนวน

เพื่อควบคุมอันตรายจากงานเชื่อม ควรยึดแคลมป์จับชิ้นงานให้ใกล้จุดเชื่อมมากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ส่วนโครงสร้างอาคารอื่น ๆ เป็นทางผ่านกระแสไฟ และหากชิ้นงานมีสี คราบน้ำมัน หรือสนิมเกาะแน่น ต้องขัดทำความสะอาดผิวหน้าจนแนบสนิทก่อนเชื่อมเสมอ เพื่อป้องกันความร้อนสะสมและการเกิดประกายไฟกระเด็นที่เป็นต้นเหตุของอัคคีภัย

การเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม

ช่างเชื่อมต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกรดพรีเมียมที่ทนทานสูง เช่น ถุงมือหนังป้องกันความร้อนและกระแสไฟ รองเท้านิรภัยชนิดหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติต้านทานไฟฟ้า และหน้ากากกรองแสงที่ช่วยปกป้องรังสีจากแสงอาร์ก เพื่อปิดกั้นทุกหนทางที่อันตรายจากงานเชื่อมจะเข้าทำร้ายร่างกายขณะทำงาน

ลดความเสี่ยงหน้างานด้วยระบบเหล็กสำเร็จรูปจาก COTCO METAL WORKS

หนทางในการจำกัดอันตรายจากงานเชื่อมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือการลดชั่วโมงการทำงานเชื่อมและประกอบโครงสร้างเหล็กที่หน้างานลงให้ได้มากที่สุด ผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปแบบสำเร็จรูป (Customize) จาก Cotco Metal Works ผู้นำการผลิตท่อเหล็กและขึ้นรูปโลหะแผ่นรายแรกของประเทศที่ได้รับมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และ IATF 16949:2016 จะเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โรงงานของเรามีเทคโนโลยีแปรรูปและตัดเจาะด้วยความแม่นยำสูง สามารถส่งมอบชิ้นงานเหล็กโครงสร้าง ชิ้นงานเหล็กตัวซี หรือเหล็กกล่องแบน สั่งตัดตามสเปกพร้อมติดตั้งได้ทันที ไม่เว้นแม้แต่งานดีไซน์เฉพาะตัวที่ต้องการโชว์ลวดให้อบอุ่นอย่าง เหล็กลายไม้เกรดหรูหรา ช่วยประหยัดเวลา ลดขั้นตอนการตัดต่อเชื่อมไฟฟ้าหน้าไซต์งาน และช่วยสยบความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุจากงานอาร์กโลหะได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปมาตรการป้องกันอันตรายจากงานเชื่อม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การบริหารจัดการไซต์ก่อสร้างให้ปลอดภัยจากอันตรายจากงานเชื่อม ต้องประสานความร่วมมือระหว่างการบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด การเลือกใช้เทคโนโลยีลดแรงดันวงจร และการพึ่งพาเหล็กแปรรูปสำเร็จรูปคุณภาพสูง และสำหรับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกโครงการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมระดับสากลจาก Cotco Metal Works คือพาร์ตเนอร์ที่พร้อมสนับสนุนให้การทำงานของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น มั่นคง และปลอดภัยสูงสุดในทุกตารางเมตร

คำถามที่พบบ่อย

อุปกรณ์ VRD ช่วยลดอันตรายจากงานเชื่อม ได้จริงหรือไม่ 

ช่วยได้จริงและจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบ VRD (Voltage Reduction Device) จะทำหน้าที่ควบคุมและสไลด์แรงดันวงจรเปิดขณะไม่ได้ทำการอาร์กให้ลดต่ำลงมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัย (น้อยกว่า 25 โวลต์) จึงช่วยลดโอกาสที่ช่างเชื่อมจะถูกไฟฟ้าดูดจนเป็นอันตรายรุนแรงขณะเปลี่ยนลวดเชื่อมหรือพักงาน

สภาพแวดล้อมหน้างานแบบใดที่เพิ่มอันตรายจากงานเชื่อมเป็นทวีคูณ 

สภาวะการทำงานที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง พื้นที่เปียกแฉะ มีน้ำขัง หรือขณะฝุ่นละอองโลหะฟุ้งกระจาย จะทำลายประสิทธิภาพของฉนวนไฟฟ้าและลดค่าความต้านทานของร่างกายมนุษย์ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าสามารถรั่วไหลและไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายของผู้ปฏิบัติงานได้ง่ายและรุนแรงยิ่งขึ้น

ชิ้นงานที่มีสนิมหรือคราบสกปรกส่งผลต่ออันตรายจากงานเชื่อมไหม

ส่งผลอย่างมาก เนื่องจากคราบสนิม ฝุ่นดิน หรือชั้นสีที่เคลือบผิวหน้าโลหะจะทำหน้าที่เป็นตัวต้านทานการไหลของกระแสไฟ ทำให้แคลมป์จับชิ้นงานไม่แน่นหนาพอ ก่อให้เกิดความร้อนสะสมที่ขั้วเชื่อมสูงเกินขนาด และอาจเหนี่ยวนำให้กระแสไฟไหลไปหาทางกลับอื่นจนเกิดเพลิงไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจรได้